
รีวิวแก้ตาสองชั้นครั้งที่ 2
เราจะมารีวิวแก้ตาครั้งที่ 2 จากประสบการณ์ของตัวเองให้เพื่อนๆฟังกันนะคะ ครั้งนี้ได้มาแก้ตากับคุณหมอยุ้ย ที่จาเรมคลินิกค่ะ เป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุ คือ “กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” รู้สึกโล่งใจมากหลังจากที่ได้พบกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตาจริงๆสักที เพราะก่อนหน้านี้ได้ไปทำตาสองชั้นมาจากคลินิกแห่งหนึ่งค่ะ ขอไม่เอ่ยชื่อคลินิกนะคะ ซึ่งหลังจากที่ทำตาสองชั้นเสร็จใหม่ๆเลยรู้สึกว่าชั้นตาสวยมาก ตาดูกลมโตขึ้น แต่พอเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งก็เริ่มมีปัญหาค่ะ
ทำตาสองชั้นครั้งแรก ก่อนแก้ตาที่จาเรมคลินิก

เราอดทนกับปัญหานี้มาประมาณ 2 ปีค่ะ ปัญหาของเราก็คือ รู้สึกว่าชั้นตาเราสูงแต่ตาเรายังปรืออยู่ แววตาไม่สดใสเลย ดูเหนื่อยล้า ตอนที่ทำครั้งแรกคุณหมอที่นั่นได้ทำการตัดหนังตาของเราออกไปเยอะมาก และนำไขมันออกไปเยอะด้วยค่ะ เราเห็นตอนที่ทำเสร็จใหม่ๆเขาจะเอาชิ้นเนื้อหนังตาและก้อนไขมันให้เราดูด้วยค่ะ คือเยอะจริงๆ แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร และไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาตามมาภายหลังเลยค่ะ
นอกจากเกิดปัญหาที่ชั้นตาแล้ว ยังมีอาการปวดตา
พอนานวันเข้าเริ่มมีอาการปวดตา เมื่อยตา ตาล้า เวลาที่ต้องจ้องมองภาพนานๆยิ่งรู้สึกว่าปวดกระบอกตาไปหมด และเราติดการเลิกคิ้วและขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวเลย จนหน้าผากและหว่างคิ้วเป็นรอยย่น อันนี้รับไม่ได้จริงๆ เพราะมันทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า ต้องหาวิธีแก้ไขแล้ว
เพื่อนแนะนำให้มาแก้ตาสองชั้นที่จาเรมคลินิก
เราเริ่มปรึกษากับเพื่อนก่อนค่ะว่าเราอยากหาคลินิกแก้ตา พอดีว่าเพื่อนเป็นคนชอบอะไรที่เกี่ยวกับการศัลยกรรมอยู่แล้ว เพื่อนก็จะรู้ข้อมูลเยอะมาก และรู้ว่าคลินิกไหนที่มีคุณหมอเก่งๆเรื่องทำตา เพื่อนก็แนะนำให้มาที่จาเรมคลินิกค่ะ เพราะคุณหมอยุ้ยทำตาสวย และคุณหมอยุ้ยก็เป็นจักษุแพทย์ด้วย พอเพื่อนแนะนำมาเราก็เข้าไปส่องดูรีวิวก่อนค่ะ เห็นแล้วโอเคเลย สวยแบบธรรมชาติจริงๆ แล้วคุณหมอเชี่ยวชาญเรื่องกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วย เราเองก็สงสัยอยู่ว่าเรามีอาการคล้ายๆว่าจะเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง แต่ไม่แน่ใจค่ะ ต้องเข้าไปให้คุณหมอตรวจดูก่อน
คลินิกแรกไม่แจ้งเราเรื่องกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเลย
เราไม่ได้ดูคลินิกอื่นไว้เลยนะคะ พอเพื่อนแนะนำจาเรมคลินิกเราก็ตรงมาที่นี่ที่เดียวเลย หลังจากที่ได้พูดคุยกับคุณหมอยุ้ยก็เพิ่งจะรู้ว่าเรามีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมาตั้งแต่แรกก่อนที่จะทำตาสองชั้นแล้วค่ะ แล้วเมื่อไม่ได้แก้ไขปัญหาให้ตรงจุดในเรื่องของกล้ามเนื้อตา แต่ทำแค่ตาสองชั้น ก็เลยเกิดอาการดังที่กล่าวมาในตอนต้น มันคือความผิดพลาดของเราเองที่ไม่หาข้อมูลให้ดีก่อน คลินิกแรกก็ไม่แจ้งเราเรื่องกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเลย ตอนนี้คุณหมอยุ้ยจะรักษาให้เราด้วยการผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตา พร้อมทั้งย้ายไขมันจากหน้าท้องมาเติมที่ตาให้ค่ะ แล้วจึงกำหนดชั้นตาใหม่ เป็นการแก้ไขให้ชั้นตาดูเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
เดี๋ยวมาดูหลังแก้ตาสองชั้นกันนะคะ ว่าจะเป็นอย่างไร?
ภาพที่ถ่ายเก็บไว้หลังการผ่าตัดก็มีประมาณนี้ค่ะ หลังแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงครั้งนี้ถือว่าแผลบวมน้อยมากค่ะ ทั้งที่การผ่าตัดของเราเป็นแบบกรีดยาว และใช้เวลาผ่าตัดนานมาก จนเราแปลกใจที่ไม่มีอาการเขียวช้ำเลย ดีงามมากๆ




วันแรกๆหลังทำจะมีรอยแดงที่เปลือกตาและรอยไหมเย็บแผลยาวๆไปจนเกือบถึงหางตา แต่คุณหมอเย็บสวยและประณีตมากค่ะ ประมาณวันที่ 4-5 รอยแดงก็เริ่มหายไปหมดแล้ว แผลก็แห้งดีค่ะ




อาทิตย์แรกผ่านไปรู้สึกว่าดีขึ้นเยอะเลยค่ะ แผลสวย ไม่บวม ไม่แดง อาการปวดกระบอกตาและเมื่อยตาก็หายไปแล้วค่ะ สบายตามากขึ้นเพราะเราไม่ต้องเกร็งตาเวลามองภาพแล้ว

บวมน้อยช้ำน้อย


เป็นการผ่าตัดแก้ตาสองชั้นที่ฟื้นตัวได้ไวมากค่ะ ไม่ได้บวมช้ำเหมือนกับครั้งแรกที่เราไปทำตามา และรู้สึกว่าคุณหมอยุ้ยมีความละเอียดและมือเบามาก ต้องขอบคุณเพื่อนที่แนะนำจาเรมคลินิกมาให้เราด้วยค่ะ รู้เลยว่ามาถูกทางแล้ว

ตอนนี้ครบ 1 เดือนหลังการแก้ตาสองชั้น รู้สึกว่าตาโตขึ้น ตาดำใหญ่ขึ้น ชั้นตาไม่หนาแต่สวยค่ะ เป็นชั้นตาที่เหมาะสมกับใบหน้าของเรามากๆ ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นค่ะ

ก่อนแก้ตาและหลังแก้ตา

หลังแก้ตาสองชั้นมีคนชมเยอะมากค่ะ
ใครๆก็ทักว่าหน้าเด็กลง ปลื้มมากค่ะ ก่อนจบการรีวิวแก้ตาครั้งนี้ขอฝากถึงผู้ที่อยากทำตาสองชั้น ควรไปตรวจหาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงก่อนที่จะทำตานะคะ เพราะหากว่าเรามีอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแฝงอยู่ ก็จะทำให้ตาสองชั้นของเราที่ทำไปไม่ดีขึ้นเลย อาจมีอาการตาปรือ หนังตาตก ชั้นตาหนา ปวดตา หรืออาจปวดศีรษะไปเลย สุดท้ายก็ต้องหาคลินิกแก้ตากันใหม่อยู่ดีค่ะ แนะนำว่าเราควรเลือกตรวจตากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตาจะดีที่สุด อย่าเอาตาของตัวเองไปเสี่ยง เพราะการแก้ไขทำได้ยาก และยากที่จะกลับมาสวยเหมือนเดิมนะคะ