
ไลฟ์สไตล์ของผมเป็นคนที่ติดหน้าจอ
ไลฟ์สไตล์ของผมเป็นคนที่ติดหน้าจอมากครับ ใช้สายตาหนักมาก ทำงานใช้คอมตั้งแต่เวลา 8.30 – 18.00 น. เลยครับ นี่ไม่รวมเวลาที่เราเล่นโทรศัพท์และดูหนังต่างหากอีกนะครับ แต่วันนี้ผมมารีวิวการรักษาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิดให้เพื่อนๆได้ฟังกันนะครับ ก่อนจะเลื่อนดูรีวิวคลิกชมวิดีโอกันก่อนได้เลยครับ
รู้ตอนไหนว่าเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
ผมประสบอุบัติเหตุรถชนแล้วหน้าไปกระแทกพวงมาลัยครับ ดั้งหัก พอทำการรักษาไปแล้วเริ่มรู้สึกว่าเรามีปัญหาที่ดวงตาด้วย เหมือนเราตาปรือ ตาตก ดูไม่สดใส เหมือนคนง่วงนอน มันมาเห็นชัดมากหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุนี่แหละครับ ผมก็พยายามหาข้อมูลเรื่องทำตาสองชั้น เพราะคิดว่าการทำตาสองชั้นน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ จนไปพบข้อมูลเรื่องกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง แล้วมีความรู้สึกว่าอาการของเราไปเหมือนกับภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด พอผมไปค้นรูปตอนเด็กๆมาดูก็คือใช่เลย ตาผมเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วครับ
การทำตาสองชั้นจะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อตาไม่ได้
จากข้อมูลที่อ่านมาบอกว่าเราต้องผ่าตัดแก้ไขที่ชั้นกล้ามเนื้อตา การทำตาสองชั้นจะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อตาไม่ได้ เพราะคนละส่วนกันครับ กล้ามเนื้อตาจะอยู่ลึกลงไป ซึ่งตอนเด็กๆผมไม่เคยไปหาหมอเลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด แต่มีเพื่อนชอบทักว่าง่วงนอนเหรอ? เมื่อคืนนอนไม่พอเหรอ? เล่นเกมส์จนเช้าเหรอ? หนักสุดก็คือ ถามผมว่าติดยาเหรอ???? เสียบุคลิกภาพมากเลยครับ ตอนนี้ตัดสินใจว่าจะทำตาแล้วก็เลยหาข้อมูลนานหน่อยครับ ดูอยู่เป็นปีเลย เพราะกลัวว่าทำทีเดียวแล้วจะไม่จบ กลัวต้องแก้ตาอีกรอบ
เลือกดูรีวิวคลินิกที่มีผู้ชายมาทำตาเยอะๆ
ผมดูรีวิวจากในกูเกิ้ล พันทิป เฟซบุ๊ก และยูทูป แต่พอมาเจอจาเรมคลินิกก็เห็นว่าที่นี่มีรีวิวตาผู้ชายอยู่เยอะมาก ผมสามารถเลือกดูรีวิวตาในเคสผู้ชายเพื่อความมั่นใจ และนำมาวิเคราะห์กับตาของผมเอง ดูอาการก่อนทำ – หลังทำ , ดูชั้นตา , ดูประวัติคุณหมอ ก็ชอบไตล์ชั้นตาแบบเกาหลีที่คุณหมอทำ เพราะเป็นชั้นตาที่ไม่สูงมาก ดูแล้วชอบเลยครับ และคุณหมอก็เป็นจักษุแพทย์ที่มีชื่อเสียงด้วยก็ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจ
ก่อนแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด
ผมส่งรูปเข้ามาให้คุณหมอประเมินก่อนครับ จากนั้นก็เข้ามาตรวจ ซึ่งคุณหมอยุ้ยตรวจละเอียดมากครับ และคุณหมอบอกว่าผมเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด เป็นทั้ง 2 ข้างเลยครับ หนังตาตกลงมาปิดตาดำมาก ตาปรือเหมือนลืมตาไม่ขึ้นแล้วครับ ตาดำเหลือครึ่งเดียว ตามภาพนี้เลย

มาต่อกันที่วันผ่าตัดเลยนะครับ
ขั้นตอนการผ่าตัด แน่นอนว่าจะเจ็บตอนที่ฉีดยาชา แต่ก็เจ็บไม่มากครับ หลังจากนั้นก็ไม่เจ็บแล้ว คุณหมอมือเบามาก ค่อยๆทำแบบบรรจง ผ่าตัดอยู่ประมาณ 5 ชั่วโมง ก็ได้กลับบ้านครับ ก่อนกลับคุณหมอจะเช็คชั้นตาอีกครั้ง และอธิบายข้อควรปฏิบัติ ข้อห้าม การดูแลตัวเองต่างๆ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ การประคบดวงตา ไม่ใช้สายตาหนักๆ รวมถึงเรื่องอาหารการกิน ผมจะระวังเรื่องอาหารการกินมากครับ โดยเฉพาะของหมักดอง อาหารทะเล อาหารแสลงต่างๆ ข้อดีของการดูแลอาหารการกินคือนอกจากแผลจะสวยแล้ว ผิวก็ใสขึ้น สิวที่เคยเป็นเยอะๆนี่หายหมดเลยครับ น้ำหนักลดลงด้วยครับ เป็นความรู้สึกที่ดีมากครับ เหมือนเราได้ดูแลตัวเองเต็มที่ ทั้งเรื่องการพักผ่อน การกินอาหาร
หลังผ่าตัดทันที

หลังทำก็รู้สึกว่าบวมน้อยจริงๆนะ รอยแผลน้อยมาก แผลเล็กนิดเดียว ดูได้จากรูปที่ผมถ่ายเลยครับ

















หลังผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด
ช่วงที่บวมสุดน่าจะเป็น 2-3 วันหลังผ่าตัดครับ แต่ดูๆแล้วตาผมบวมน้อยมาก วันที่ 3 แทบไม่มีรอยแดงเหลืออยู่แล้ว หายเร็วมากครับ ตาโตขึ้นเยอะมาก ชั้นตาชัดเจน ดูบุคลิกดีขึ้นทันตาเลย


เมื่อครบ 10 วันหลังผ่าตัด คุณหมอจะนัดมาตัดไหมครับ แผลดีมาก คุณหมอก็ชมว่าแผลดี แต่ยังมีคราบยาทาแผลติดอยู่เยอะเลยครับเพราะผมไม่กล้าเช็ดแผลแรงมาก กลัวแผลปริ คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวไปให้พี่พยาบาลเช็ดแผลให้ผมใหม่ ออกมาจากห้องทำแผลก็คือสะอาดปิ๊งปั๊งเลย
หลังทำตา 14 วัน

หลังทำตาไปแล้วอย่าลืมมาตรวจตา
ที่จาเรมคลินิกจะนัดเข้ามาตรวจดูอาการบ่อยหน่อยนะครับ หลังทำตาไปแล้วก็อย่าลืมมาตรวจตาตามที่คุณหมอนัดกันด้วยนะครับ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอะไรที่ผมพอใจมากครับ นี่ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าไปทำตาสองชั้นปกติทั่วไปจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ อาจจะไม่ดีขึ้นและได้แก้ตาอีกครั้งในอนาคตก็ได้ครับ โชคดีที่ผมศึกษาหาข้อมูลมาอย่างละเอียด และต้องขอบคุณคุณหมอยุ้ยด้วยนะครับที่เอาใจใส่คนไข้ทุกรายละเอียดจริงๆ





ตาปรือ & ตาสดใส

หลังจากที่แก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิดแล้ว เพื่อนๆชมทุกคนเลยครับว่าดูดีขึ้นมาก ดูสดใส ไม่เหมือนคนง่วงนอนแล้ว บางคนดูไม่ออกด้วยครับว่าผมทำตามา เพราะว่าคุณหมอทำตาออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติมากครับ ประทับใจมากเลย ส่วนใครที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิดก็อย่านิ่งนอนใจนะครับ รีบเข้ามาปรึกษาคุณหมอแต่เนิ่นๆกัน จะได้รีบแก้ไขอย่างถูกวิธีก่อนที่จะเสียบุคลิกภาพไปมากกว่านี้นะครับ และควรเลือกทำตากับหมอที่เป็นจักษุแพทย์ด้วยนะครับ