
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอาการคล้ายกับโรค MG
สวัสดีครับ บาสเองนะครับ ก่อนที่ผมจะได้มาผ่าตัดโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่จาเรมคลินิก ผมมีอาการตาไม่เท่ากัน เบ้าตาลึกโหล ตาปรือ คล้ายอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงครับ ก็ต้องไปเช็คตัวเองก่อนอย่างละเอียดเลยครับว่าเราเป็นโรค MG หรือเปล่า เพื่อที่จะได้รักษาให้ถูกทาง ซึ่งวันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังนะครับ
มีรีวิวแบบ VDO ให้ดูด้วยนะครับ คลิกได้เลย
ครั้งนี้เป็นงานแก้ตาครั้งที่ 2 เลยต้องละเอียด
แต่ก่อนผมเป็นคนชั้นตาหลบใน แล้วช่วงวัยรุ่นผมเคยไปทำตาสองชั้นมาแล้วครั้งหนึ่งครับ นับถึงวันนี้ก็นานมากๆแล้ว ประมาณเกือบๆ 20 ปี ล่าสุดอาการของผมก็คือ ตาไม่เท่ากัน ตาปรือ เบ้าตาลึก ดูเหมือนคนเหนื่อยและง่วงนอนครับ เป็นแบบนี้มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว ผมก็เริ่มที่การหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต ดูคลินิกทำตาที่เน้นเรื่องของโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยเฉพาะเลยครับ เพราะอาการของผมคล้ายกับเคสรีวิวโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมากๆเลย ผมเลือกดูรีวิวที่เป็นธรรมชาติ ชั้นตาไม่ใหญ่ แล้วชอบรีวิวของจาเรมคลินิก จากนั้นก็เข้ามาตรวจเช็คกับคุณหมอยุ้ย คุณหมอก็แจ้งว่าอาการโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงของผมคล้ายกับโรค MG มากๆ ให้ผมไปเช็คเรื่องของโรค MG กับทางโรงพยาบาลก่อน เพราะโรค MG จะมีวิธีการรักษาคนละแบบกันครับ

โรค MG คืออะไร มีอาการอย่างไร?
โรค MG (myasthenia gravis)
คือ โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอย่างหนึ่งครับ ที่เกิดจากความผิดปกติในการสื่อสารระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ในตำแหน่งที่เรียกว่า nerve-muscular junction ร่างกายจะทำการผลิตภูมิคุ้มกันซึ่งจะไปขัดขวางการจับหรือทำลายตัวรับสารที่เรียกว่า acetylcholine ที่กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อได้รับสัญญาณจากเส้นประสาทลดลงและกลายเป็นอ่อนแรง เกิดได้ทุกกล้ามเนื้อในร่างกาย แต่ที่มักเป็นปัญหาคือ กล้ามเนื้อตา การรักษาจะไม่สามารถรักษาได้โดยการผ่าตัด ต้องรักษาโดยการทานยาเท่านั้นครับ
การตรวจเช็คโรค MG มีหลายแบบ
ส่วนการตรวจเช็คโรค MG ของผมนั้น ผมไปตรวจมา 3 แบบเลยนะครับ เริ่มจาก
แบบที่ 1 ทำการเจาะเลือดไปตรวจก่อนเลย แต่ผลที่ได้ออกมาค่อนข้างก้ำกึ่งว่าอาจจะเป็นหรือไม่ เป็นก็ได้ ก็เลยไปตรวจแบบที่ 2
แบบที่ 2 ตรวจด้วยการแปะแผ่นไฟฟ้า 4 จุดครับ แต่ก็ยังไม่จบเท่านี้ครับ ต้องไปตรวจอีกรอบหนึ่งเป็นรอบที่ 3 เพราะผลตรวจไม่ชัดเจนอีกเช่นเคย
แบบที่ 3 Single Fiber EMG เป็นการทดสอบกระแสไฟฟ้าที่ส่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อ รอบนี้มีการใช้เข็มจี้เฉพาะจุดแถวๆดวงตาเลยครับ ผลปรากฏออกมาว่าผมไม่ได้เป็นโรค MG ครับ ก็เลยมาผ่าตัดเพื่อแก้ไขโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงกับคุณหมอยุ้ยได้ครับ

คุณหมอยุ้ยผ่าตัดละเอียดทุกขั้นตอน
มาถึงวันผ่าตัดกันบ้างนะครับ ตอนแรกผมคิดว่าการผ่าตัดแก้ไขโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่น่าจะเกิน 2 ชั่วโมง แต่เคสของผมเป็นเคสแก้ด้วย อาจจะใช้เวลานานกว่าเคสที่ทำครั้งแรกครับ คุณหมอยุ้ยละเอียดมาก เริ่มจากก่อนทำก็ตรวจกันก่อนอีกรอบครับ ก่อนจะวาดรูป มาร์คจุดผ่าตัดที่ชั้นตาตามที่ต้องการ ผมขอคุณหมอว่า ขอชั้นตาธรรมดาๆ ไม่เอาสูงๆนะครับ พอคุณหมอวาดรูปมาร์คจุดเสร็จแล้วก็ได้ไปรอคุณหมอบนห้องผ่าตัด สักพักคุณหมอจะขึ้นมาฉีดยาชา แล้วรอยาชาออกฤทธิ์ จากนั้นเริ่มลงมือผ่าตัดครับ เคสผมใช้เวลาผ่าตัด 7 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งผมแล้วว่าใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง แต่ผมก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง ซึ่งก็ใช้เวลา 7 ชั่วโมงจริงๆนะครับ เหลือเชื่อมาก! งานออกมาดีมากครับ ผลลัพธ์ที่ได้เกินคาดจริงๆ ชั้นตากลับมาสดใส ตาโตเป็นประกาย ดูสดชื่นไม่อ่อนล้าอีกต่อไปแล้ว













ได้ผ่าตัดกับจักษุแพทย์ถือว่าคุ้มค่ามากๆ
หลังผ่าตัดโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเสร็จสมบูรณ์ รู้สึกว่าเราคิดถูกแล้วที่เลือกมาผ่าตัดกับหมอเฉพาะทางที่มีประสบการณ์โดยตรง แต่ต้องยอมรับเลยว่าตอนแรกก็คิดนะครับว่าทำไมการผ่าตัดแก้ไขโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงถึงราคาสูง เพราะการทำตาสองชั้นในสมัยก่อนราคาหมื่นนิดๆเอง แต่พอมาผ่าตัดจริงๆแล้วถึงได้รู้ว่าเรื่องของโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนั้นซับซ้อนและละเอียดกว่าทำตาสองชั้นเยอะเลยครับ และผมมองถึงเนื้องานของคุณหมอยุ้ยที่ละเอียดมากๆก็ไม่ผิดหวังเลยครับ แล้วยิ่งได้ผ่าตัดกับจักษุแพทย์โดยตรงเลยด้วยก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ




ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือความสบายตา
การใช้ชีวิตหลังจากที่รักษาโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไปแล้วประมาณ 1 อาทิตย์ก็สบายตามากขึ้นครับ อาการบวมยุบลงอย่างรวดเร็ว บวมไม่มาก ไม่ค่อยช้ำ ตอนนี้ผมไม่ต้องเกร็งตา เพ่ง หรือจ้องอะไรนานๆ เวลามองภาพแบบเมื่อก่อนแล้ว ลดการใช้พลังงานไปได้เยอะเลย และนอกจากนี้ก็คือในเรื่องของบุคลิกภาพที่ดีขึ้นอีกด้วยครับ ดวงตาโตขึ้น ตาสองข้างเท่ากัน ดูสดใส ก็ทำให้หน้าของเราไม่ดูเหนื่อยและไม่ดูง่วงแบบเมื่อก่อนแล้ว รอยย่นระหว่างคิ้วและหน้าผากก็หายไปครับ หน้าดูเด็กลง เบ้าตาที่เคยลึกก็ดูตื้นขึ้น สร้างความมั่นใจในการพูดคุยและการออกไปพบปะผู้คนได้ดีขึ้นครับ
ครบ 1 เดือนก็มาพบคุณหมอยุ้ยเพื่อตรวจเช็คอาการอีกรอบ

เทียบให้ดูกันชัดๆนะครับ ระหว่างก่อนแก้ตากับหลังแก้ตา

วงการศัลยกรรมเปิดกว้างมากขึ้น
ใครที่มีปัญหาโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถมาคุยกับคุณหมอได้นะครับ ไม่ต้องอายอีกต่อไปแล้ว เพราะสมัยนี้เรื่องการศัลยกรรมค่อนข้างจะเปิดกว้างแล้ว ใครๆก็เข้าถึงได้และไม่น่ากลัวอย่างที่คิดแล้วครับ หมอในไทยที่เก่งๆก็มีเยอะเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นงานแก้หรือทำตาครั้งแรก หรือหากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ผมแนะนำให้มาพบคุณหมอยุ้ยที่จาเรมคลินิกก่อนครับ เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการก่อนทำการรักษาอย่างถูกวิธีนะครับ