
มีปัญหาตาปรือข้างเดียวมาตั้งแต่เด็ก
สวัสดีค่ะ วันนี้พี่จะมารีวิวกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิดให้ทุกๆคนฟังนะคะ ใครที่มีปัญหาตาปรือข้างเดียวมาตั้งแต่เด็กต้องอ่านค่ะ พี่หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับใครหลายคน โดยเฉพาะในคนวัยเดียวกันค่ะ ปีนี้พี่ก็อายุ 59 ปีแล้วนะคะ แล้วเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเราเป็นโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด เพิ่งมารู้ตอนที่มาตรวจกับคุณหมอยุ้ยที่จาเรมคลินิกนี่เองค่ะ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นมาแต่กำเนิด แต่ว่าเราไม่เคยมาตรวจเลย ทราบอยู่ตลอดนะคะว่าตาไม่เท่ากัน เป็นมานานแล้ว ตอนวัยรุ่นก็เริ่มสังเกตเห็นว่าตาสองข้างไม่เท่ากัน แต่ตอนนั้นยังเป็นไม่มากก็เลยไม่ได้คิดอะไร
อาการของโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด
ตาของพี่จะมีปัญหาข้างเดียวค่ะ ตาปรือมาก ทำให้ดูเป็นคนตาไม่เท่ากัน คือตาข้างหนึ่งปกติ ข้างหนึ่งเล็ก จนเรารู้สึกจิตตกไปเลย ช่วง 5 ปีมานี้อาการแย่ลงค่ะ ข้างที่เป็นเยอะหนังตาตกลงมาปิดตาดำเยอะมาก ข้างที่เป็นเยอะจะเห็นชัดเลยค่ะว่าตาปรือมาก ชั้นตามีหลายชั้นย่นๆรวมกันไปหมด การมองภาพยิ่งแย่ลงจนทำให้พี่ติดเลิกคิ้วขึ้นข้างเดียว และติดการเอียงหน้ามองสิ่งต่างๆ เพราะตาข้างนี้เรามองไม่ถนัด ถ้าดูที่ระดับคิ้วของพี่จะเห็นชัดเลยว่าระดับคิ้วไม่เท่ากัน จนบางครั้งเวลาที่ใช้สายตามากจะรู้สึกปวดตา และมีอาการที่เรียกว่า “ตาขี้เกียจ”

ก่อนรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด
พี่เลยอยากรักษาแบบจริงจัง แฟนพี่บอกว่ามีคลินิกที่ทำตาสองชั้นราคาถูกๆด้วย แต่พี่บอกว่าพี่กลัวนะ ตาพี่เป็นเยอะ พี่ขอเลือกคลินิกเองดีกว่า ขอทำแบบดีๆไปเลย ขอคุณหมอที่เป็นจักษุแพทย์เฉพาะทาง พี่หาข้อมูลเยอะมากและนานมาก หนึ่งในนั้นก็มีจาเรมคลินิก และพี่เข้ามาปรึกษากับคุณหมอยุ้ยที่จาเรมคลินิกก่อนเป็นที่แรกเลยค่ะ คุณหมอบอกว่าของพี่เป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด เป็นข้างเดียว สามารถผ่าตัดข้างเดียวได้ รู้สึกถึงความละเอียดของคุณหมอในการตรวจก็เลยตัดสินใจจองคิวผ่าตัดที่นี่ไว้ก่อนเลย ไม่ไปที่อื่นแล้วค่ะ รอคิวคุณหมอว่างก็ประมาณเดือนกว่าๆค่ะ เป็นคิวที่เร็วที่สุดแล้ว
คุณหมอยุ้ยละเอียดและมือเบามากจริงๆ
วันผ่าตัดใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง สำหรับการผ่าตัดตาข้างเดียวของพี่ รู้สึกนานมากค่ะ เพราะระหว่างการผ่าตัดคุณหมอละเอียดมากจริงๆ แล้วก็ไม่เจ็บเลยนะคะ ฉีดยาชาพี่ก็ไม่เจ็บ คือเจ็บน้อยมาก จี๊ดๆนิดเดียวตอนคุณหมอฉีดยาชา คุณหมอมือเบาจริงๆ ตอนที่ใกล้ๆจะผ่าเสร็จคุณหมอจะบอกว่าเดี๋ยวจะเจ็บนิดนึงนะ หมอจะดึงกล้ามเนื้อตา แต่พี่ก็ไม่เจ็บนะคะ โอเคมากๆเลย ตอนแรกที่คุณหมอให้ลุกขึ้นเช็คชั้นตาว่าเท่ากันกับอีกข้างหนึ่งหรือยัง พี่ก็คิดว่าเสร็จแล้ว ก็กำลังจะลุกขึ้นกลับบ้าน คุณหมอบอกว่ายังไม่เสร็จค่ะ นอนก่อนๆ ก็ล้มตัวลงนอนผ่าตัดต่ออีกสักพักหนึ่ง
หลังผ่าตัดบวมน้อยมาก
มาดูหลังผ่าตัดกันบ้างค่ะ เป็นการผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด 1 ข้าง แบบกรีดยาว แต่ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าหลังทำจะบวมน้อยมากและไม่ค่อยช้ำด้วยค่ะ เพราะอาการของพี่เรียกว่าเป็นเยอะนะคะ และใช้เวลาในการผ่าตัดนานพอสมควร พี่ก็เลยถ่ายรูปหลังทำเก็บไว้เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันค่ะ อาจจะไม่ได้มีรูปครบทุกวันนะคะ
หลังทำทันทีก็เห็นแววความสวยเลย

ช่วงพักฟื้นค่ะ







ไม่ต้องเลิกคิ้วหรือเอียงหน้าเหมือนแต่ก่อนแล้ว
หลังทำไม่ค่อยช้ำเท่าไหร่ค่ะ พี่โชคดีที่เลือกวันผ่าตัดติดกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็เลยไม่ต้องลางานเพิ่มค่ะ หยุดยาวติดกัน 3 วัน วันที่ 4 ก็ไปทำงานได้เลยนะ ฟื้นตัวได้ไวมาก แผลหายไว ไม่เจ็บไม่ปวด แต่ก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอทุกอย่างค่ะ ทั้งเรื่องการประคบ การทำความสะอาดแผล การทายา การกินยา การงดอาหารแสลง ฯลฯ

พอได้กลับไปทำงานก็ไปเจอเพื่อนๆที่ทำงาน เพื่อนบางคนยังไม่ทราบเลยว่าพี่ไปผ่าตัดตามา เพราะเขาดูไม่ออกค่ะ แต่เขาก็จะทักว่าไปทำอะไรมา ดูเด็กลง ดูสวยขึ้นนะ ดูสดใสขึ้น ดูตาสองข้างเท่ากันแล้ว รู้สึกดีใจเพราะว่าเหมือนเราดูบุคลิกดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
ชั้นตาสวย ชัดเจน การมองภาพก็มองได้กว้างขึ้นแบบพาโนรามาเลยค่ะ ไม่ต้องเลิกคิ้วหรือเอียงหน้าเหมือนแต่ก่อนแล้วค่ะ ที่ชอบที่สุดก็คือมีคนทักว่าดูเด็กลง รู้อย่างนี้มาทำตากับหมอยุ้ยนานแล้วค่ะ
ก่อนทำ & หลังทำ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด

ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิดก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานนะคะ รีบมารักษาก่อนที่อาการจะลุกลามบานปลายจนเกิดเป็นปัญหาตาขี้เกียจ มองภาพไม่ถนัด การมองเห็นไม่ชัดเจน รวมถึงยังส่งผลให้ตัวเราสูญเสียบุคลิกภาพที่ดีไปค่ะ สามารถสอบถามข้อมูลหรือปรึกษากับคุณหมอยุ้ยได้ที่จาเรมคลินิกนะคะ และหวังว่ารีวิวของพี่จะมีประโยชน์กับผู้ที่กำลังหาข้อมูลการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิดกันนะคะ